Posted on

Apple iPhone 12 เป็นสมาชิกใหม่ที่พึ่งเปิดตัวออกมา ซึ่งถึงแม้ภาพรวมจะดีกว่า แต่ว่ารุ่นพี่อย่าง iPhone 11 ก็ยังจัดว่าน่าสนใจกับราคาที่ปรับลง วันนี้พวกเรา w88 เลยมาเทียบให้มองเห็นกันว่า iPhone 12 กับ iPhone 11 นั้นมีอะไรที่คล้ายกันและต่างกันบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการตกลงใจเบื้องต้น

iPhone 12 มีการอัปเกรดจาก iPhone 11 ในหลายๆด้าน แต่ว่าก็ไม่ใช่การอัปเกรดที่หวือหวา โดยมีการเปลี่ยนแปลงออกแบบเล็กน้อยที่ขอบรอบตัวเครื่อง จากเดิมที่เป็นโลหะโค้งมน มาเป็นสันแบนแบบ iPhone รุ่นก่อน พร้อมกับอัปเกรดกระจกครบตัวเครื่องเป็น Ceramic Shield ที่ทาง Apple ประกันว่าเป็นกระจกที่แกร่งที่สุดในวงการ ณ เวลานี้ โดยแข็งแรงต่อการตกกระแทกได้มากกว่า iPhone 11 ถึง 4 เท่า อีกทั้งยังรองรับ 5G และก็ใช้หน้าจอ OLED ทั้งหมด ไม่มีหน้าจอ IPS LCD ให้เลือกอีกต่อไป ก็เลยมีการแสดงผลลัพธ์ที่สุดยอดถึงแม้ในรุ่นเริ่มต้นในด้านความสามารถ iPhone 12 มาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Apple A14 Bionic เป็นรุ่นแรกในแวดวงสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยีการสร้างแบบ 5 นาโนเมตร ซึ่ง Apple ไม่ได้บอกตรงๆว่ามีคุณภาพสูงยิ่งกว่าชิป A13 Bionic มากแค่ไหน แต่ว่าประกันว่าชิปแบบใหม่ทรงประสิทธิภาพกว่าคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนใหญ่ตลาด อีกทั้งยังได้อัปเกรดหน่วยประเมินผล AI หรือ neural engine โดยเพิ่มแกนประมวลผลจากเดิม 8 แกนเป็น 16 แกน ก็เลยคงจะมีคุณภาพสูงยิ่งกว่า A13 Bionic เป็นเท่าตัว อย่างไรก็แล้วแต่ เนื่องจากว่าชิป A13 Bionic นั้นมีคุณภาพสูงอยู่แล้ว สำหรับการใช้งานจริงพวกเราอาจจะไม่รู้สึกของความเร็วที่มากขึ้นใน iPhone 12 เลยก็เป็นได้

11กับ12อะไรดีกว่าในปัจจุบันนี้



ด้านแบตเตอรี่นั้น Apple ไม่ได้เผยจำนวนความจุโดยตรง บอกเพียงว่าใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone 11 ราว 1 ชั่วโมง จำนวนในตารางเป็นข้อมูลปัจจุบันที่หลุดมาจากที่มาของข่าวที่มีความน่านับถือออกจะสูงในแวดวง ซึ่งน้อยกว่าแบตของ iPhone 11 แต่ว่าที่ใช้งานได้เป็นเวลานานกว่าน่าจะเป็นผลมาจากการจัดสรรพลังงานที่ดียิ่งขึ้นของชิป A14 Bionic อย่างไรก็ดี พวกเราจะอัปเดตจำนวนที่แท้จริงให้ทุกคนรู้กันอีกรอบเมื่อมีการยืนยันอัปเดต : ความจุแบตเตอรี่ของ iPhone 12 อีกทั้ง 4 รุ่นได้รับการรับรองแล้ว โดย iPhone 12 Mini = 2227 mAh, iPhone 12 / 12 Pro = 2815 mAh รวมทั้ง iPhone 12 Pro Max = 3687 mAh)
สำหรับเพื่อการถ่ายรูป มีการอัปเกรดจากรุ่นก่อนออกจะชัดเจนในรุ่น iPhone 12 Pro แล้วก็ iPhone 12 Pro Max โดยมีการเพิ่มเซ็นเซอร์ LiDAR ช่วยวัดระยะ รวมทั้งถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน ในเวลาเดียวกันนี้ในรุ่น Pro Max ยังมีเซ็นเซอร์รับภาพที่ใหญ่มากยิ่งกว่าเดิม ช่วยทำให้รับแสงสว่างได้มากขึ้นแล้วก็ซูมแบบ Optical ได้ไกลถึง 5 เท่า ขณะเดียวกันนี้ยังได้เพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับในการถ่ายและปรับปรุงไฟล์ที่เป็นไฟล์รูปภาพ RAW รวมถึงไฟล์วิดีโอ HDR Dolby Vision บนตัวเครื่องได้ในทันที กล่าวได้ว่าสามารถแต่งรูปและตัดต่อวิดีโอได้พร้อมสรรพในตัว ซึ่งก็คงจะชอบใจผู้ใช้สายครีเอเตอร์กันพอเหมาะพอควร

นอกจากสเปกแล้ว อีกจุดหนึ่งที่จะต้องพิจารณาสำหรับผู้ที่จะซื้อ iPhone 12 คือ iPhone 12 ทุกรุ่น (และอาจรวมทั้ง iPhone รุ่นก่อนๆในล็อตหลัง) จะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จมาให้ในกล่อง มีเพียงแค่ตัวเครื่องกับสาย USB-C to Lightning แค่นั้น ด้วยเหตุนี้ใครที่มีอแดปเตอร์ของ iPhone 11 Pro / Pro Max อยู่และก็ประยุกต์ใช้แทนได้ หรือถ้าหากไม่เคยใช้ iPhone มาก่อน เสนอแนะว่าควรจะซื้ออแดปเตอร์ชาร์จไว หรือแท่นชาร์จไร้สายไปพร้อมกันด้วยนะครับ